Showing posts with label Diary. Show all posts
Showing posts with label Diary. Show all posts

Saturday, December 17, 2011

B4 X'mas

ห่างหายไปนานเลย ไม่ได้เขียนนานมาก
จาก กรกฎาคม ถึง ธันวาคม เกือบครึ่งปี

เกิดเรื่องมากมาย ได้งานใหม่ ไปเที่ยวสวนผึ้งครั้งแรก
เปิดตัว Iphone4s, Steve Job ลาโลก, น้ำท่วมใหญ่ มหาอุทกภัย 2554
เลื่อนเปิดเทอม ป.โท ผ่าน Probation ฯลฯ

หลายจังหวะของชีวิต รู้สึกเวลาผ่านไปเร็วมาก
อีก สองอาทิตย์ (14 วัน) เราก้จะผ่านปี 2554 ไป 2555 แล้ว...
อืมม เลขสวยนะ 555 เหมือนเสียงหัวเราะ ^ ^

ตอนนี้ อากาศเริ่มหนาวแล้ว (สลับร้อนเวลาแดดออก)
อยากให้อากาศเป็นอย่างนี้ทั้งปีจริงๆ
ขอทุกปี แต่ไม่เกินสามวันมันก็จะร้อนอีก = = ปลง

วันนี้เขียนแบบไม่มีเป้าหมายไรเลย (ปกติก็เขียนไม่มีสาระอยู่แล้วนิ)
แค่รู้สึกว่า เวลาผ่านไปเร็วจิงๆนะ

Thursday, July 07, 2011

เริ่มต้นชีวิตแมงเม่า

จริงๆสนใจเรื่องซื้อขายหุ้นมานานพอสมควร แต่เงินทุนไม่มากพอจะเอามาเล่นซะที :P
ไปอ่านตามบอร์ดดังๆอย่าง Pantip เวลาคนโพสถามว่าต้องมีทุนเท่าไหร่
จะต้องมีสักความเห็นมาบอกว่า ต้องมีสักหลักแสน – -”
แต่หลังจากลองซื้อ-ขาย กองทุนมาสองปี ก็เริ่มรู้สึกว่า
อยากจะลองเป็นแมงเม่ากะเขาบ้างละ (จะตายในกองไฟรึป่าวก็ม่ายรู้ > <)
หลังจากเลือก broker อยู่นานสองนาน
เพราะอยากเทรดเองผ่านเนต เสียคอมมิชชั่นต่ำๆ
ในที่สุดก้อเลือกได้มาเจ้านึง
มาร์ก็คุยดีแนะนำดี แถมบอกเราเสียงเด็กอีก 555 ^ ^
ส่งเอกสารเสร็จรอสองสามสัปดาห์ก็ได้เลขบัญชีมาซื้อขาย
แต่กว่าจะได้เริ่มซื้อขายกะคนอื่นเค้า ปรากฏหุ้นก้อพุ่งไป 40 กว่าจุด – -”
กลายเป็นเข้าตลาดตอนของแพงเลย :P

แต่นี่ก็คงเป็นประสบการณ์นึงของชีวิตแมงเม่าอ่ะนะ – -” ให้กำลังใจตัวเอง
ตอนนี้ก็นั่งไล่อ่าน blog ของ ต้นตระกูลแมงเม่า
>> http://www.maoinvestor.com/
เขียนเป็นการ์ตูนง่ายๆ อ่านสนุกดี คงวนเวียนตามแบบการ์ตูนนี้อีกสักพักล่ะนะ 555

Thursday, June 30, 2011

วิ่งลดน้ำหนัก แก้บน :D

ได้งานแล้วจ้าาาาา ^ ^
ได้งานที่อยากทำ ในบริษัทที่อยากอยู่ แค่นี้ก็น่ายินดีแล้ว ^ ^
และก็ตามที่บนบานไว้ …
ถ้าได้งานจะลดน้ำหนักให้ได้ 5 โล!!!
วันนี้ หลังเซ็นสัญญางานแล้ว ตกเย็นก็เลยไปวิ่งที่สวนใต้สะพานพระราม 9 ซะหน่อย

รู้สึกไม่ได้ออกกำลังกายมานานแสนนาน
ถึงจะเป็นสมาชิกฟิตเนส แต่ช่วงที่เป็นสมาชิก ก็ทำงานจนไม่มีเวลาไปออกกำลังกาย
เพราะงานเป็นกะ แถมทำล่วงเวลาบ่อยๆ (บางครั้งก็โอที บางครั้งก็โอฟรี)
พอเลิกงานก็เหนื่อย อยากกลับบ้านนอนละ :P
น้ำหนักจึงพุ่งขึ้นๆ สวนกับสุขภาพที่แย่ลงๆ
อ้อ มีกระเป๋าตังค์ที่แฟบตามด้วย เพราะเสียค่าฟิตเนสฟรี :P

ตอนนี้ได้งานใหม่แล้ว ก็เลยพยายามสร้างนิสัยใหม่ ^ ^
ตั้งใจว่าจะไปวิ่งที่สวนเรื่อยๆล่ะ จนกว่าจะเริ่มงาน (เดือน สค โน่น)
แล้วหลังเริ่มงานก็จะพยายามไปวิ่งต่อตรงสวนแถวบริษัทนะ ^ ^

เพื่อสุขภาพที่ดี ^ ^ ไปออกกำลังกายกันดีกว่า

ปล. วันนี้ ไปเดิน 5 รอบ (~ 4 กม.กว่า) ก็หอบซะละ
หวังว่าไปบ่อยๆคงฟิตขึ้นนะ ^ ^

Tuesday, June 28, 2011

A&W ในความทรงจำ

ไหนๆก็พูดถึง A&W แล้ว ก็เขียนถึงซะหน่อยดีกว่า ^ ^

A&W เป็นร้านอาหารที่มาบ่อยมากเมื่อสมัยยังเด็ก
แทบทุกสัปดาห์ คุณพ่อจะพามากินไก่ทอด รูทเบียร์ (เบียร์ที่เด็กห้าขวบกินได้ ผู้ใหญ่กินดี) และ วาฟเฟิล
ทุกสุดสัปดาห์จึงเป็นเวลาที่เรารอคอยจะได้ไปกินไก่ทอด A&W กัน ^ ^

เวลาผ่านไปเกือบ 20 ปี เมนูหลายอย่างในร้านก็เปลี่ยนไป ความนิยมใน A&W ก็น้อยลง
ตอนนี้ไก่ทอด A&W ไม่ดังเหมือนตอนเป็นเด็กแล้ว การขายเน้นไปที่วาฟเฟิล กะเมนูใหม่ๆซะมากกว่า
แต่รูทเบียร์ยังอยู่เหมือนเดิม :D
สาขาของร้านก็น้อยเมื่อเทียบกับฟาสต์ฟู้ดเจ้าดังอย่าง McDonald หรือ KFC
โอกาสที่จะได้มากินก้อเลยน้อยลงเรื่อยๆ :P
แต่ยังไงก็ยังชอบนะ เพราะมาทีไร ก็ทำให้คิดถึงบรรยากาศเก่าๆ ในวันที่ครอบครัวเคยอยู่พร้อมหน้า
แม้ว่าตอนนี้ ปาป๊า จะหนีไปกิน A&W ที่สวรรค์แล้วก็ตาม :’(

โดนหลอกขายของอีกแล้ว :P

เป็นรูปแบบการขายที่เห็นบ่อยๆในสังคมไทยเลย – -”
วันนี้มานั่งกินข้าวที่ A&W สีลม
ระหว่างนั่งรอ ก็อ่านข่าว เล่น fb ในมือถือไป
สักพัก ก็มีผู้หญิงคนนึงเดินมาข้างโต๊ะ พร้อมยื่นกระดาษสีเหลืองเคลือบพลาสติดอย่างดีมา
ใจความในกระดาษคือ เธอเป็นคนใบ้ / หูหนวก พูดไม่ได้ แต่เธอมีงานประดิษฐ์ ทำจากฝีมือเธอมาขาย
แล้วเธอก็วางที่ห้อยมือถือแบบต่างๆให้เราเลือก 4 อัน สนนราคาอันละ 60 บาท – -”

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เจอการขายแบบนี้ แต่ก็ยังรู้สึกดีกว่าการถูกขายแบบมัดมือชก 
เช่นพวกแจกสติกเกอร์ตามสะพานลอยหรือ ติดดอกไม้ในงานรับปริญญา
 ที่ยัดสินค้าใส่มือเรา หรือ เข้ามาติดดอกไม้ให้โดยไม่ขอ พร้อมประโยคปิดการขาย “ยี่สิบบาท!”
เป็นการขายแบบไม่ให้เราตั้งตัวว่า ตรูไปตัดสินใจซื้อตอนไหนวะ -*-
 เท่าที่ประเมินด้วยสายตา สินค้าที่เอามาเสนอ ดูแล้วไม่ใช่สินค้าทำเองหรอก (ตามความรู้สึกนะ)
และราคาก้อแพงเกินความน่าจะเป็นอยู่มากๆเลยอ่ะ
แต่ก้อซื้อ!
ซื้อเพื่อความสบายใจ ^ ^
เพราะถ้าผู้หญิงคนนี้เป็นใบ้ หูหนวก จริง
การซื้อของพวกนี้จากเธอ ก็คงช่วยเธอได้
แต่ถ้าเธอแค่โกหก เพื่อหลอกขายฟันกำไร
สักวันพระเจ้าคงลงโทษเธอเองล่ะ :P

Sunday, June 19, 2011

อดีตคือสิ่งที่ผ่านไปแล้ว อนาคตคือสิ่งที่รอเราอยู่ ^ ^

เขียนไว้บล็อกที่แล้วว่าขอให้มีคนใจดีเรียกสัมภาษณ์งาน

ไม่ทันพ้นวัน ตอนเย็นมีคนเรียกไปสัมภาษณ์วันถัดไปเลย O_o”
ช็อคเล็กๆ ไม่นึกว่าจะเร็วขนาดนี้
ยิ่งไปสัมภาษณ์ ยิ่งอยากทำที่นี่ ^ ^
พอคุยกับ HR เสร็จ เค้าให้มาสอบวันเสาร์ วันศุกร์เลยต้องเตรียมตัว
แต่เป็นการเตรียมตัวที่ไม่รู้จะเตรียมอะไร 555
เลยน่าจะเป็นการทำสมาธิเตรียมใจมากกว่า

พอวันเสาร์ สอบเสร็จก็สมองคว้างเลยทีเดียว – -”
เพราะข้อสอบเป็นข้อสอบสปีดเทส ทำไม่ทันสักชุด
คงต้องรอลุ้นว่าใครทำเร็วและแม่นกว่ากัน
ภาวนาให้ผ่านเกณฑ์ที่เค้าต้องการทีเถอะ
รู้สึกอยากทำงานที่นี่จิงๆ ไม่รู้ทำไมเหมือนกันนะ – -”
ถ้าเรามีบุญวาสนาต่อกัน ก็ขอให้ได้ไปทำที่นี่ทีละกัน อิอิ
ตกเย็น สอบเสร็จก็ไปหาอะไรกินที่ Katsu King, K Village
อาหารจานโต อิ่มจนแทบจะกลิ้งออกจากร้าน – -”
(จริงๆขนาดเดิมก็เกือบกลิ้งได้แล้วล่ะ) อาหารอร่อยดีคับ แต่ชาเขียวน่าจะฟรีนะ ^ ^”

ส่วนวันนี้ไปงานรับปริญญาที่จุฬาฯ คนเยอะ รถติดเหมือนทุกครั้งที่มีงาน
ได้เจอเพื่อนเก่าๆ ที่มาร่วมแสดงความยินดีกัน ทำให้นึกถึงสมัยมัธยมขึ้นมาเลย
ก็ขอแสดงความยินดีกะคุณเพื่อน ที่ตอนนี้ก็จบ ป.โท แล้ว ^ ^
ขอให้ได้งานดีๆ มีอนาคตดีๆนะ ^ ^

Wednesday, June 15, 2011

ได้เวลาเริ่มต้นหางานใหม่

ก่อนหน้านี้ตั้งใจว่าจะไปเรียนต่อโท สอบจนเสร็จ มหาลัยตอบรับ แต่ก็เจอปัญหา

ต้องบอกว่าโคตะระเสียใจ ร้องไห้อยู่หลายวัน แต่ในที่สุดก็คิดได้ :)
ถึงจะไม่ได้ไปเรียน UK ตามที่ตั้งใจ แต่ยังมีมหาวิทยาลัยดีๆในไทยอีกหลายที่ให้เรียน
ขอให้ได้เรียนตามที่ชอบละกัน ถือว่าประหยัดตังค์ไว้ทำอย่างอื่นด้วย :D
ถ้าอนาคตมีโอกาส ก็อาจจะได้ไป UK ซักที ตอนนี้ก็ใช้ชีวิตกับวันนี้ต่อไปก่อนละกัน

เหตุการณ์นี้ทำให้ซึ้งถึงประโยคนึงของ Kitou Aya, จาก One litre of tears เลย
“To be able to smile and tell everyone this; i have, at least, cried one litre of tears.”

ไหนๆก็ไม่ได้ไปเรียน UK แล้ว ก็คงต้องเริ่มหางานซะที > <
ว่างงานมาหลายเดือน จนเบื่อจะแย่ละ
เริ่มร่อนใบสมัครเมื่อวาน ส่งไป 5-6 ที่ ที่อยากไปทำ หวังว่าจะเรียกไปสอบซักที่นะ 555
ทำงานคราวนี้ตั้งใจจะทำงานเก็บเงินอย่างเป็นระบบละ ^ ^ สัญญากับตัวเองว่าอย่างนั้นนะ
ตอนนี้ก็เตรียมตัวไปเรื่อยๆดีกว่า เผื่อมีที่ไหนใจดีเรียกไปสัมภาษณ์งาน

Tuesday, June 14, 2011

หายไปสามวันกับภารกิจเที่ยวเสม็ดหน้าฝน

จริงๆตั้งใจว่าจะเที่ยวไปอัพรูปไป แต่ปรากฏว่าหาสัญญาณเนตไม่ค่อยได้เลย – -”

เป็นทริปที่นอนเยอะมาก เพราะฝนตกเกือบตลอด เลยได้เล่นน้ำแค่แวบเดียว
ถือว่าเป็นการเปลี่ยนสถานที่นอนพักผ่อน ^ ^
ไปเสม็ดช่วงนี้ก็ดีอยู่อย่าง คนไม่เยอะ ถ้ามีก็เป็นคนต่างชาติมาเที่ยวซะมากกว่า
วันแรกไปก็เข้าที่พักเจี๊ยบบังกะโล ห้องถือว่าโอเค มีแอร์ น้ำอุ่น ทีวี
ราคาก็ไม่แพงมาก มีอาหารเช้า โซนร้านอาหารติดหาด นั่งกินลมชมวิวสบาย ^ ^

พอตกดึกก็ไปนั่งร้านพลอยทะเล ดูโชว์ควงกระบองไฟ ซึ่งก็มีอะไรแปลกใหม่มาเพิ่มทุกครั้งที่ดู
ดูกี่ครั้งก็สนุกดีนะ Thailand got talent เยอะจิงๆ อิอิ

แต่บริการร้านพลอยก็ยังมีปัญหาเหมือนเดิม
สั่งไปแล้วไม่ได้ของ ทวงไปสองสามรอบก็ยังไม่มา -*-
คราวนี้เป็นเครื่องดื่ม หลังจากสั่งอาหาร ต้มยำ กุ้งเผา กันมา กินกันจนหมดแล้ว เป๊ปซี่ก็ยังไม่มา
เผ็ดจนเลิกเผ็ด ก็ยังไม่ได้เครื่องดื่ม :P แสบปากกันเลยทีเดียว
หรือนี่จะเป็นกลยุทธ์ให้ลูกค้าเดินไปซื้อ Bucket ก็ไม่รู้ – -”

พอวันที่สองตื่นเช้ามาทานอาหารเช้า แล้วก็เล่นน้ำ เล่นได้ซักพัก พายุก็มา :P
เลยต้องจรลีกลับห้องมานอนพัก
แต่ก็เพราะฝนตก เลยได้เห็นรุ้งเต็มวงใหญ่มากกกก ^ ^
แต่กล้องเก็บได้ไม่หมด T^T เศร้าไป

ตกดึกก็มานั่งซดมาม่าริมหาด บรรยากาศชิลได้ใจ ^ ^
นั่งฟังเสียงคลื่น ซดมาม่า จิบเครื่องดื่มเย็นๆ >w< สุดยอดดดด
แต่เกือบเศร้าเพราะทำเงินปลิวออกจากกระเป๋าพันกว่าโดยไม่รู้ตัว
เพิ่งรู้ตัวตอนถึงห้องพัก ซึ่งผ่านไปกว่าชั่วโมงแล้ว – -” ต้องเดินส่องไฟกลับมาหากัน
ดีว่าเงินปลิวไปไม่ไกล มีทรายกลบอยู่ ^ ^
ต้องขอบคุณศาลเจ้าแม่แถวนั้นที่ช่วยให้หาเจอนะคับ -/\-
 

วันสุดท้ายก็ตื่นมานั่งชิลลล ทานอาหารเช้า ถ่ายรูป อากาศดี แดดแรง
แต่พอขึ้นเรือกลับ ปรากฏเจอพายุ – -” เรือไปต่อไม่ได้ ต้องกลับเข้าฝั่ง รอฝนซา
เลยเหมาสปีดโบ๊ตกลับฝั่งแทน เำพราะต้องรีบกลับกัน
ใช้เวลา 15 นาทีก็ถึงท่าเรือเทศบาลฝั่งระยอง
นั่งสปีดโบ๊ตโต้คลื่นนี่ก็สนุกดีแฮะ เหมือนเล่นเครื่องเล่นที่สวนสนุกยังไงไม่รู้ ^ ^

แวะซื้อทุเรียนอบกรอบก่อนกลับบ้าน ได้มาหลายถุง สงสัยทริปนี้จะเป็นทริปเพิ่มน้ำหนักซะละ :P